อะไรๆ ก็อย่าลืมสับตะไคร้กันน้า หรือ Subscription Business Model ธุรกิจระบบสมาชิกอีกหนึ่งรูปแบบที่กำลังฮิตที่สุดในยุค

โลกของเรามักเกิดสิ่งที่เรียกว่า โลกาภิวัตน์ (Globalization) จากตะวันตกไหลเวียนสู่ตะวันออก ทำให้กระแสไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการเมือง ของประเทศฝั่งตะวันตก ส่งผลและมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของทวีปฝั่งเอเชียเสมอ แม้หลายปีมานี้มักจะมีคนบอกตลอดว่า เมื่อถึงยุคศตวรรษที่ 21 จะกลายเป็นยุคที่จุดศูนย์กลางของโลกเคลื่อนย้ายจากตะวันตกมาที่เอเชียหรือที่เรียกกันว่า Emerging Trends in Asia ก็ตาม แต่ปัจจัยบางอย่างโดยเฉพาะโมเดลในการพัฒนาสิ่งต่างๆ เอเชียก็ยังต้องทำการ Reverse กระบวนการศึกษาโดยการแกะรอยนวัตกรรมและเทคโนโลยีหรือโมเดลการออกแบบใดๆ จากประเทศฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะจากของสหรัฐฯ อยู่ดี เพราะความก้าวหน้าบางอย่างถ้าเราพัฒนาเองอาจตามหลังพวกเขาถึง 40 ปี

สำหรับในภาคธุรกิจ ความจริงแล้วมีโมเดลมากมายที่มีต้นกำเนิดมาจากฝั่งทวีปอเมริกา และโมเดลที่เรานึกถึงอันดับแรกก็คือ แฟรนไชส์ ซึ่งน่าเสียดาย ที่โมเดลนี้กลับไม่ประสบความสำเร็จมากในไทย จากนั้นก็มาถึงยุคของโมเดลอีคอมเมิร์ซ แน่นอนว่าผู้บุกเบิกก็คือ amazon.com จากนั้นก็กำเนิดโมเดลสตาร์ทอัพที่ใช้รูปแบบหาต้นทุนการทำธุรกิจจากการระดมทุนและ Pitching จาก VC ซึ่งกระบวนการรับวัฒนธรรมแบบนี้ก็ไหลเวียนมาเรื่อยๆ จนมาถึงยุคปัจจุบัน ยุคที่เรียกว่า อะไรๆ ก็อย่าลืมสับตะไคร้กันน้า

Subscription Business Model หรือก็คือธุรกิจระบบสมาชิกอีกหนึ่งรูปแบบ และมันไม่ใหม่เลย เพราะรูปแบบโมเดลนี้สมัยก่อนนิยมมากในวงการสิ่งพิมพ์นิตยสารและบริษัทซอฟท์แวร์ และโมเดลนี้มันกำลังจะนิยมจนระเบิดเป็นผุแตกจากแค่ Subscription Business Model สู่ Subscription Economy ทีเดียว

ปัจจุบันธุรกิจระบบสมาชิกหรือที่เรียกกันติดว่า สับตะไคร้ นี้ มีเยอะมากไม่ว่าเป็นธุรกิจประเภทหนัง เพลง ซอฟต์แวร์ต่างๆ ซึ่งตัวอย่างธุรกิจที่เราเห็นบ่อยๆ เช่น Netflix, Spotify หรือแม้แต่โปรแกรมในตระกูล Adobe

ระบบจ่ายเงินจาก สับตะไคร้ เรียกว่ามีข้อดีมีถมเป็นภูเขาเลย อย่างแรกคือลูกค้าไม่ต้องเป็นเจ้าของให้เปลืองพื้นที่จัดเก็บ เนื่องจากเป็นระบบสตรีมมิ่ง ข้อดีที่ตามก็คือการสร้างความผูกพันธ์กับแบรนด์ เพราะให้ไม่ใช่การซื้อสินค้าและจบที่เป็นระบบสมาชิกแบบเก่า สมมติว่าเราทำสมาชิกกับคู่สร้างคู่สมรายปีก็จะมีนิตยาสารแต่ละเล่มส่งมาให้ตลอด แต่ระบบสับตะไคร้นี้เป็นการสตรีมมิ่งผ่านแพลตฟอร์ม ความเป็นเจ้าของอย่างเดียวที่ลูกค้ามีคือ Users ไว้เข้าใช้งาน (แน่นอนจะเข้าใช้งานได้ต้องจ่ายเป็นแพคเกจอะไรก็ว่าไป) กลายเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว ข้อดีข้อสาม ต่อให้เศรษฐกิจโลกหดแล้วหดอีกก็ทำอะไรระบบนี้ไม่ได้ เพราะตัวแปรสำคัญที่มา Run วงการให้โมเดลนี้ได้ไปต่อก็มาจากเศรษฐกิจที่ซบทั่วโลกนี่แหละ

คำถามคือทำไมหว่า? จึงเป็นเช่นนี้ ก็เพราะไอ้การสับตะไคร้เป็นการสตรีมมิ่งผ่านแพลตฟอร์มที่ทุกคนไม่ได้เป็นเจ้าของ มันทำให้ทุกคนจ่ายน้อยมาก แต่คุณลองคิดดูว่า ค่าสมาชิก Spotify เดือนละ 13 บาท หรือ Netflix เดือนไม่กี่ร้อยนี้ แต่ใช้กันทั่วโลกตัวเลขรายได้จากค่าสมาชิกมันมหาศาลแค่ไหน ยังไม่รวมรายได้ทางอื่นอีก เช่น การขาย Ads. หรือขายระบบอัลกอริทึ่มนำส่ง Content ให้คนที่สนใจจริงๆ เป็นต้น

แนวคิดระบบสมาชิกสับตะไคร้ จึงเป็นโมเดลประหยัดงบประมาณการหาลูกค้าใหม่มาก หากธุรกิจคุณเข้มแข็งด้าน Big Data แทนที่จะทุ่มงบโปรโมทสร้างการรับรู้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ ก็เอางบประมาณตรงนี้ไปทำด้านอื่น อย่างเช่น สร้างตัวชี้วัดจากพฤติกรรมของลูกค้า และทำการนำเสนอขายซ้ำในสิ่งที่ลูกค้าสนใจ เป็นการลดกระบวนการไม่อยากซื้อสินค้าที่ไม่สนใจและกระตุ้นให้ซื้อสินค้าที่สนใจเพิ่มขึ้น เป็นการลดต้นทุนด้าน cost per acquisition (cpa) หรือค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการที่จะได้ลูกค้าหนึ่งคนมา การที่ธุรกิจต้องสร้างลูกค้าใหม่จะมีต้นทุน cpa สูงมาก

ทั้งหมดนี่อาจเป็นการสับตะไคร้ โดยเรียกเก็บเงินจากลูกค้า แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถเรียกเก็บเงินจากการสับตะไคร้ของแพลตฟอร์มได้แล้ว Business Model ตอนที่ 41 สร้างรายได้มหาศาลให้ธุรกิจด้วย Revenue sharing

อย่างไรก็ตาม อะไรที่เป็นกระแสมากๆ บางครั้งก็ต้องระวังด้วย เพราะอะไรที่มันมากเกินไปพอเห็นอะไรที่คนอื่นทำแล้วดี จนเปลี่ยน Business Model ตามๆ กันไปหมด แทนที่จะได้กำไรก็จะขาดทุนแทน ไม่ได้ดูว่าสินค้าและบริการนั้น เข้ากับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

Business Model Canvas เป็นเครื่องมือที่ช่วยออกแบบโมเดลธุรกิจ ถูกเสนอโดย Alexander Osterwalder จากหนังสือที่เขาเขียนขึ้น Business Model Ontology ซึ่งเป็นการสรุปและออกแบบจำลองธุรกิจหรือ Business Model แบบให้เห็นภาพชัดเจน สามารถใช้ได้ทั้งกับธุรกิจของเราและคู่แข่ง ผ่านการประเมินธุรกิจที่มีฟังก์ชัน 9 ช่อง คลิกเลย! https://bmc.digitalbusinessconsult.asia/