โดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

วันนี้ (20 ก.พ.) เรากลับมาพูดคุยกันต่อในรายการ SME CHAMPION ทางคลื่น FM. 89.5 สถานีวิทยุราชมงคล ธัญบุรี ประเด็นที่ผู้ดำเนินรายการหยิบมาพูดคุยวันนี้เป็นเรื่องของความเสี่ยง หัวข้อสำคัญจากงานอบรมสัมมนาที่ถูกจัดขึ้นในมทร. ธัญบุรี โดยทางผู้ดำเนินรายการได้เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าวด้วย

พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวตอนหนึ่งที่ทางวิทยากรผู้มาบรรยายได้กล่าวว่า “ความเสี่ยง”เป็นเรื่องที่ต้องคิดเยอะ ๆ แถมต้องคิดแบบชนิดที่เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นจะได้มีการเตรียมการรองรับปัญหาอย่างทันท่วงที  ถามว่าแล้วในมุมมองของเอสเอ็มอีจะเป็นเช่นไรกับเรื่องของความเสี่ยง

ในมุมมองของผมกรณีถ้าเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี อยากเรียนว่าความเสี่ยงแรกเลยก็คือกรณีเจ้าของทำงานต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่เช่นเกิดอุบัติเหตุ ป่วย หรือตาย คำถามคือแล้วธุรกิจจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ นี่คือความเสี่ยงแรกที่ต้องคิดเลย หลาย ๆธุรกิจพอเจ้าของมีเหตุทำให้ทำธุรกิจต่อไม่ได้ เป็นเหตุผลส่วนตัว ปรากฏว่าธุรกิจตายเลย เลิกเลย

แต่ทีนี้พอเป็นองค์กรธุรกิจหรือองค์กรอย่างเช่นมหาวิทยาลัยมันก็จะมีระบบ (System) ขึ้นมา ความเสี่ยงประเภทแบบปัจจุบันทันด่วนในระบบมหาวิทยาลัยไม่ค่อยเกิดเท่าไหร่ เพราะว่ามันมีองค์กร มันมีระบบ มันมีทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ว่าในแง่ของธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางอย่างเอสเอ็มอี ความเสี่ยงแบบประเภทฉุกเฉินมีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก

ถามว่ากรณีเรื่องของเงินทุนใช่ปัจจัยหรือไม่  ก็ขอเรียนต่อว่าเรื่องเงินทุนมันเป็นความเสี่ยงที่สองแต่มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดปุ๊บปั๊บ เป็นสิ่งที่ถ้าตัวผู้ประกอบการหรือตัวเจ้าของทำงบกระแสเงินสดก็จะรู้ว่าเงินสดพอหรือไม่พอ ส่วนใหญ่ปัญหาเรื่องของเงินมันไม่ใช่เป็นเรื่องเงินทุนครับ

ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องเงินหมุนเวียนไม่ใช่เงินลงทุน นั่นก็คือรายรับกับรายจ่ายมันไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งอันนี้จะมีปัญหามากตอนที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคาดการณ์ว่าจะมีเงินเข้ามา ซึ่งอาจจะขายสินค้าได้แล้ว วางบิลเรียบร้อยหมดแล้ว ก็เลยทำจ่ายปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเงินไม่เข้าตามแผนที่วางไว้

จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ปรากฏว่าทำจ่ายไปแล้วมีปัญหาทันที เช่นเช็คเด้งหรือยังไม่จ่ายเช็คปรากฏว่าซัพพลายเออร์มารับเงินแต่ไม่มีเงินจ่าย พวกนี้เกิดขึ้นประจำอันนี้เป็นความเสี่ยงที่สองเรื่องเงินทุนหมุนเวียน

อันที่สามคือ เป็นความเสี่ยงประเภทแบบลูกค้าหายไปหรือซัพพลายเออร์หายไป กรณีลูกค้าหายไปหมายความว่ายังไง ??? สมมติว่าเราผูกสินค้าหรือบริการกับลูกค้ารายใหญ่บางรายคือถ้ามีลูกค้ารายย่อย ๆเวลาหายไปมันไม่หายในทันทีไง มันจะค่อย ๆไปทำให้เรามองเห็นแนวโน้มได้ใช่มั้ย แต่ถ้าเป็นประเภทแบบมีลูกค้ารายใหญ่ปุ๊บแล้วจู่ ๆลูกค้ารายใหญ่เกิดเปลี่ยนนโยบายหรือเปลี่ยนอะไรก็แล้วแต่ เวลากระทบมันกระทบทันทีเลย

เช่นประกาศปิดโรงงานทันที สมมติเราส่งของเข้าหรือเปลี่ยนนโยบายในการรับสินค้า โอ้โหตายเลยพวกนี้กระทบเยอะมากหรือซัพพลายเออร์ส่งของให้ไม่ได้ทันที เช่นกรณีเกิดสึนามิหรือเกิดแผ่นดินไหว พวกนี้จะกระทบค่อนข้างมากเพราะว่าเกิดแผ่นดินไหว สึนามิที่ญี่ปุ่นต่อด้วยโรงไฟฟ้าปรมาณูรั่ว  ซัพพลายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอิเลคทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์กระทบไปทั่วโลกเลย ฉะนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีถูกมั้ย ทุกคนไม่รู้จะทำยังไง ซึ่งเหตุแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ประจำในแง่ของการทำงาน

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงบางอย่างที่สามารถป้องกันได้ วิทยากรที่มาอบรมถึงได้บอกว่าให้คิดให้เลวร้ายสุด คิดความเป็นไปไม่ได้ทุกทางเพราะความเป็นไปได้แปลว่าเราคิดออกใช่มั้ย ต้องคิดอะไรที่มันไม่น่าจะเกิด ไม่น่าเป็นไปได้ใช่มั้ย เช่นแผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามทางผู้ดำเนินรายการยังได้ระบุว่า  ปัจจัยเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นเป็นอีกประเด็นที่มีการพูดถึงในการสัมนา ก็ขอเรียนว่ากรณีมหาวิทยาลัยซึ่งมีบางมหาวิทยาลัยที่เป็นของรัฐมีปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นเงินจำนวนมาก อย่างนั้นมันมีโอกาสเกิดขึ้นได้

เพราะฉะนั้นในแง่ของกระบวนการทำงานมันก็จะมีเรื่องของการตรวจสอบ เรื่องทุจริตคอรัปชั่นมันคือการวางระบบ ระเบียบการตรวจสอบซึ่งมันก็มีหลายชั้นหลายขั้นตอนในแง่ของการตรวจสอบ แต่โอกาสเกิดนะมี

ทีนี้ในแง่ของตัวผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ความรั่วไหลเรื่องพวกนี้มีความเป็นไปได้แต่ความเสี่ยงพวกนี้มันอาจจะเป็นความเสี่ยงที่ไม่มากนัก เพราะฉะนั้นหลาย ๆความเสี่ยงก็ต้องมาเทียบกันว่าการป้องกันความเสี่ยงมันมีความคุ้มค่ามากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นเราก็จะต้องลงทุนป้องกันความสี่ยงเยอะเกินไปมั้ย ขณะที่โอกาสที่มันจะเสี่ยงมันน้อยมากนะครับ

อย่างกรณีถ้าเป็นตัวผู้ประกอบการเองก็ต้องซื้อพวกหลักประกัน เพราะว่าถ้าเจ้าของไม่มาทำงานบางทีมันไม่มีเงินหมุนเพราะฉะนั้นก็ต้องหาหลักประกันเพื่อให้ซื้อประกัน ถ้าจำไม่ผิดเป็นซื้อประกันชีวิตหรือประกันภัยให้กับตัวผู้บริหารระดับสูง เวลาถ้าผู้บริหารระดับสูงทำงานต่อไม่ได้บริษัทจะได้เงินประกันชดเชย อันนี้ก็เป็นตัวอย่างกรณีทำธุรกิจก็ต้องพยายามกระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุดครับ