• Room 1012, Floor 10, CentralPlaza Lardprao
  • Phone: +6683 853 6076
  • Email: [email protected]
4 ยุทธศาสตร์การสร้าง Personal Brand

4 ยุทธศาสตร์การสร้าง Personal Brand

Personal Brand

ใครว่าการสร้างตัวเองให้เป็นแบรนด์ไม่สำคัญ! 

4 ยุทธศาสตร์การสร้าง Personal Brand

ในยุคที่เราทุกคนต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตนั้น คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามหากคุณไม่ยกระดับโปรไฟล์บนโลกออนไลน์แล้วโอกาสต่างๆ ที่จะเข้ามานั้นอาจจะกลุดลอยไปได้อย่างน่าเสียดายที่เดียว

เพราะอะไรน่ะเหรอ? เอาง่ายๆ เลยนะ คุณเคยพยายามที่จะใช้ Google รู้จักใครสักคนบ้างไหม โดยการพิมพ์ชื่อเขาลงไป หรือแม้กระทั่งการนึกสนุกกด CTRL+T บนคีย์บอร์ดและกรอกชื่อ-นามสกุลตัวเองแบบเต็ม จากนั้นก็กด Enter

ผลลัพธ์การค้นหา 5 อันดับแรกคืออะไร?

แน่นอนว่าจะต้องเป็น Social Media ที่เชื่อมโยงเราเข้ากับรายละเอียดในคีย์เวิร์ดที่กรอกนั้นอย่าง Facebook, Twitter, LinkedIn ฯลฯ และไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็เป็นไปได้สูงมากที่อาจมีใครสักคนกำลังใช้ Google ตามหาคุณอยู่

ในโลกที่เราถูกเชื่อมโยงเข้าหากันตลอดเวลาด้วยออนไลน์จากทั้งครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกค้า และบุคคลอื่นๆ อีกมากมายที่อาจเป็น Connection ที่สำคัญในอนาคต คุณจำเป็นต้องนำเสนอโปรไฟล์ที่ดีกว่าแค่โปรไฟล์ในสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการบอกข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จบางอย่างในหน้าที่การงานเพื่อให้พวกเขาเห็นด้านที่ดีของคุณ ภายใต้โลกที่ถูกครอบงำด้วยดิจิทัลแบบนี้ การไม่ใช้ประโยชน์จากโปรไฟล์บนโลกออนไลน์เท่ากับการเสียโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะสร้างความน่าสนใจส่งผลต่อความประทับใจครั้งแรก

เพื่อประโยชน์ของคุณในการทำธุรกิจแล้ว วันนี้ Digital Business Consult จะมาแนะนำ 4 วิธีเพื่อจัดการ Personal Brand หรือการสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลของคุณอย่างมีประสิทธิภาพและน่าสนใจมากที่สุด

คุณต้องมี LinkedIn ถ้าของไทยก็ต้อง Facebook

ในต่างประเทศ LinkedIn เป็นสิ่งแรกสำหรับการสร้าง Personal Brand ที่ทุกคนต้องมี หากอยากเป็นที่รู้จักในเรื่องงาน เพราะ LinkedIn เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างเครือข่าย (Connection) และการตามหางานหรือบุคคลที่น่าสนใจที่เราอยากติดต่อเพื่อขอร่วมงานด้วยกัน ซึ่งเหมาะมากหากใครที่ต้องการร่วมงานกับบริษัทต่างชาติชั้นนำ หรืออยากติดต่อเพื่อพบเจอกับบุคคลที่เป็นระดับ Professional ในด้านต่างๆ แต่สำหรับไทยแล้วแน่นอนว่าต้องเป็น Facebook (ถ้าใครมีความสามารถอยากร่วมงานกับชาวต่างชาติเราก็ขอแนะนำให้สร้างโปรไฟล์ทั้ง Facebook และ LinkedIn) โดยเฉพาะการพยายามอัพเดตเนื้อหาที่ดีลงในโปรไฟล์เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณเองก็เป็นมืออาชีพในด้านต่างๆ เช่นกัน

วิธีการ

  • ใช้รูปโปรไฟล์ที่ส่วนใส่เสื้อผ้าอย่างเป็นทางการ
  • อัพเดตประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน รวมถึงความสำเร็จในด้านต่างๆ ที่เคยทำมา
  • ใส่อ้างอิงจากคำพูดของเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนของคุณที่พูดถึงตัวคุณในด้านต่างๆ
  • พยายามเขียนหรือแชร์บทความที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่คุณทำงานอยู่
  • พยายามมีส่วนร่วมกับโพสต์ต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่าย (Connection)

นอกจากนี้ ยังต้องพยายามที่จะออกไปพบเจอกับพวกเขาในโลกของความเป็นจริงด้วย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าตัวคุณเองนั้น มีตัวตนจริงๆ

คุณต้องมีเว็บไซต์ส่วนตัว

การมีเว็บไซต์ส่วนตัวเทียบเท่ากับการมีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน และในต่างประเทศส่วนใหญ่นิยมกันมาก การมีเว็บไซต์จะส่วนให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าในชีวิตได้มากกว่า Social Media และไม่ต้องกลัวการสร้างเว็บไซต์ (การมีเว็บไซต์ไม่ได้ยากเหมือนการทำจรวด) เพราะเดี๋ยวนี้ เริ่มต้นได้ง่ายดายมาก แทบไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมาก ถ้าคุณสามารถสร้างกระทู้ใน Pantip.com หรือเคยสิงกันตามเว็บบอร์ดอย่าง Dek-d.com และ Siamzone.com กันมาแล้ว การใช้ Wordpress ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถแต่อย่างใด แต่เพื่อความน่าเชื่อแล้ว คุณควรเลือกชื่อ Domain เป็นชื่อและนามสกุลคุณตามด้วย .com หรือ .me

นอกจากนี้ การที่คุณมีเว็บไซต์นั้น ทำให้คุณสามารถทำ Blog ส่วนตัวได้ เพื่อแชร์ความคิดเห็น วิสัยทัศน์ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่คุณได้ทำหรือสนใจ เมื่อมีเว็บไซต์แล้ว ก็อย่าลืมที่จะแบ่งปันลิงก์ของเว็บไซต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ที่คุณสร้างโปรไฟล์ไว้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ Google เข้าใจว่าเว็บไซต์ของคุณกับสื่อสังคมออนไลน์ของคุณนั้นเชื่อมโยงกัน และหมายถึงตัวคุณ ส่งผลให้การจัดอันดับการค้นหาได้รวดเร็วมากขึ้น

คุณต้องมี Blog

การเขียนบทความสิ่งที่เกี่ยวกับคุณหรือธุรกิจของคุณ หรือความเชี่ยวชาญของคุณกลาบเป็นการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ที่ได้ผลมากที่สุด ยิ่งการเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ที่เป็นชื่อคุณ โดยมีคุณเป็นผู้เขียนเอง และแน่นอนอว่าจะต้องสร้างทราฟิกโดยการกระจายลงไปสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดของคุณจะช่วยให้ Google รู้ว่าทั้งหมดนี้คือคุณทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นอันดับการค้นหาอย่างรวดเร็ว

คุณต้องมี Google My Business

ใช้ฟีเจอร์ของ Google ที่ชื่อว่า Google My Business เครื่องฟรีที่ช่วยให้คุณในการจัดการสถานะออนไลน์ของธุรกิจใน Google โดยการใส่ข้อมูลธุรกิจลงในฐานข้อมูลของ Google จากนั้นก็จะแสดงผลเมื่อมีการค้นหาชื่อธุรกิจของคุณในผลิตภัณฑ์ของ Google ต่างๆ เช่น Google Map และ Google Search ที่ได้ผลทั้งแผนที่ ชื่อธุรกิจ เวลาทำการ เบอร์โทรศัพท์ หรือตำแหน่งทุกสาขาที่คุณมี

การปรากฎตัวในทุกผลิตภัณฑ์ของ Google นั้นช่วยเรื่องการจัดอันดับแทบจะทันทีส่งผลต่อการครองตำแหน่งการแสดงผลหน้าแรกของการค้นหา แต่อาจจะไม่เหมาะกับทุกคนหากคุณไม่ได้ทำธุรกิจ ส่วนอาชีพที่เหมาะมากได้แก่ ฟรีแลนซ์ แพทย์ ครูสอนพิเศษ อินฟลัวเอนเซอร์ เจ้าของกิจการ วิทยากร หรือใครก็ตามที่ทำอาชีพที่ต้องติดต่อกับผู้อื่นเองโดยตรง

Google My Business จึงเป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่ที่ต้องการสร้างโปรไฟล์บนโลกออนไลน์ให้สามารถหาคุณได้เจอ โดยเฉพาะการเลือกคีย์เวิร์ดดีๆ เพื่อให้กลุ่มคนที่คุณคาดนั้นสามารถหาคุณได้เจอ

วิธีการ

  • สร้างโปรไฟล์ของคุณลงใน Google My Business
  • ยืนยันหน้า Google My Business ของคุณด้วยรหัสที่ Google ส่งให้ตามที่อยู่ที่คุณแจ้งไว้
  • อัพเดตที่อยู่ที่สามารถติดต่อธุรกิจ พร้อยรายละเอียดอื่นๆ ของคุณ
  • ขอให้ลูกค้า เพื่อน หรือคอนเนคชั่นต่างๆ ของคุณเพิ่มรีวิวในหน้า Google My Business ของคุณ

ทั้ง 4 วิธีนี้จะช่วยให้คุณครองหน้าแรกของผลการค้นหา และมีบทบาทสำคัญในการสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลของคุณ แต่อย่าลืมว่าการสร้างแบรนด์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน ดังนั้นการเริ่มต้นและการรักษาความสม่ำเสมอของทั้ง 4 วิธีการจึงต้องทำด้วยความสม่ำเสมอเพราะการสร้างแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

บทความแนะนำ

แบ่งปันบทความ