• Room 1012, Floor 10, CentralPlaza Lardprao
  • Phone: +6683 853 6076
  • Email: [email protected]
เปิดหุบเขา Silicon Valley อาณาจักรที่อยู่บริษัทมหาอำนาจเทคโนโลยีโลก

เปิดหุบเขา Silicon Valley อาณาจักรที่อยู่บริษัทมหาอำนาจเทคโนโลยีโลก

ซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley)

Hub แห่งเทคโนโลยีที่สร้าง ‘มหาอำนาจโลก’

ซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley) Hub แห่งเทคโนโลยีที่สร้าง ‘มหาอำนาจโลก’

คุณคิดว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้สหรัฐฯ และจีนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจได้ในทุกวันนี้?

นิวเคลียร์?

รถถัง?

เรือดำน้ำ?

กองกำลังทหาร?

เงิน?

ไม่ใช่ คำตอบคือ เทคโนโลยี

หากเราไปไล่ชื่อบริษัทที่ถือครองนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมากที่สุดจะพบว่าเป็นประเทศแห่งเทพีเสรีภาพ

เทคโนโลยีสร้างชาติได้ขนาดไหน ตัวอย่างไม่ได้มีแค่สหรัฐฯ เท่านั้น  เพราะจีนเองที่แม้จะเติบโตจากการใช้เทคนิค Reverse Engineering หรือวิศวกรรมย้อนรอย (แม้คนค่อนโลกอาจกล่าวหาว่าจีน "เป็นโจรขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ") แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า เทคโนโลยีนี่แหละที่กลับมาพลิกให้ประเทศที่เคยรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ (OEM) สามารถกลายเป็นประเทศที่ถือครองนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากที่สุดอีกหนึ่งประเทศของโลก

กลับมาที่ สหรัฐฯ ในปี 1939 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา วิลเลียม ฮิวเล็ตต์ (William Hewlett) และเดวิด แพคเกิร์ด (David Packard) มาก่อตั้งบริษัท Hewlett-Packard หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ แบรนด์ HP ผู้ผลิตเครื่องแสดงคลื่นกระแสไฟฟ้า เรดาห์ และเครื่องยิงปืนใหญ่ ในสมัยสงครามโลก (ก่อนหน้านั้นแบรนด์ HP ยังไม่ได้ผลิตเครื่องปริ้นท์นะครับ) ได้เข้ามาตั้งบริษัทในทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

จากนั้นก็มีบริษัทที่ชื่อว่า Shockley Semiconductor Labs เข้ามาตั้งบริษัทผลิตชิพซีพียูของคอมพิวเตอร์จากแร่ซิลิคอน และรับเด็กจบใหม่จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จำนวนทั้งสิ้น 8 คน เข้ามาทำงาน ใช่แล้ว สแตนฟอร์ด หรือมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University) เป็นมหาวิทยาลัยที่ดังมาก และก่อนหน้านี้ช่วงปี 1940 เฟรเดริก เทอร์แมน คณบดีของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ได้กระตุ้นให้ศิษย์เก่าและอาจารย์เปิดบริษัทใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย ซึ่ง บริษัท Hewlett-Packard และบริษัท Shockley Semiconductor Labs ก็คือย่าน ซิลิคอน วัลเลย์ ในปัจจุบัน

ทำไมถึงชื่อ ซิลิคอน วัลเลย์ และย่านนี้ทำไมถึงกลายเป็นหัวใจของบริษัทเทคโนโลยีระดับสูงของโลกไปได้?

มันมีเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมา

หลังจากที่ Shockley Semiconductor Labs บริษัทแรกที่ผลิตชิพซีพียูของคอมพิวเตอร์จากแร่ซิลิคอน (แต่เดิมใช้แร่เจอเมเนียม) รับเด็กจบใหม่จาก สแตนฟอร์ด เข้ามาอย่างที่เราเล่าให้ฟังตอนต้นนั้น ไม่นานเด็กๆ ทั้ง 8 คนก็ลาออก เพราะเข้ากับ วิลเลียม ช็อกลีย์ ไม่ได้

เด็กทั้ง 8 คนจึงไปตั้งบริษัทใหม่ชื่อว่า Fairchild Semiconductor และยังได้รับบทบาทสำคัญในการเขียนโปรแกรมให้ยานอพอลโล่ 11 ของ NASA ด้วย จนต่อมาทั้ง 8 คนก็แยกย้ายไปตั้งบริษัทกันเองซึ่งก็คือบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ของโลกอย่าง Intel, AMD, KPCB, Teledyne และ Xicor เป็นต้น

จนต่อมา ก็มีบริษัทมากมายทั้ง Facebook, Google, Apple, Twitter,  Microsoft, eBAY, LinkedIn,  SanDisk, Yahoo, Adobe ฯลฯ นับร้อย จนกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจด้านเทคโนโลยีของโลก มูลค่าทางการเงินของ ซิลิคอน วัลเลย์ คิดเป็นหนึ่งในสามของมูลค่าการร่วมลงทุนทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา และสาเหตุที่เรียกว่าซิลิคอนนั้นก็เป็นชื่อของธาตุที่นำมาประยุกต์ใช้ในช่วงแรกๆ เลยนั่นเอง

[caption id="attachment_2378" align="aligncenter" width="1200"] ภาพกราฟิก Silicon Valley ของ HBO[/caption]

ซิลิคอน วัลเลย์ ไม่ได้มีแค่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเท่านั้น เพราะยังล้อมไปด้วย University of California - Berkeley, University of California - Santa Cruz (วิทยาเขตส่วนขยาย ซิลิคอนวัลเลย์) เป็นต้น ด้วยการศึกษาที่เข้มแข็งจึงเป็นปัจจัยให้ย่านนี้สร้างบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกขึ้นมามากมาย เพราะความจริงแล้วไม่ได้มีแค่มหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยโรงเรียนท้องถิ่นที่เข้มแข็งและเรียนฟรี

จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการสร้างซิลิคอน วัลเลย์ คือ โรงเรียนเทศบาล (Public Schools) ที่คุณภาพ จนสามารถผลิตเด็กเข้าสู่ประบบอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ Steve Jobs และ Steve Wozniak ก็เคยเรียนโรงเรียนเทศบาลซิลิคอน วัลเลย์ ที่ชื่อว่า Homestead High School ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนนี้ไม่ได้แช่แข็งหลักสูตรแต่ยังพัฒนาต่อไปโดยการเพิ่มสาขา Biotech และหุ่นยนต์เข้าไป เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกลงได้

ระบบการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก มหาวิทยาลัยย่านซิลิคอน วัลเลย์ มีทุนร่วมมือวิจัยกับสตาร์ทอัพรายใหม่ๆ ที่ป้อนคนเข้าสู่บริษัทต่างๆ ในย่านซิลิคอน วัลเลย์ ไม่เพียงเท่านั้นด้วยรูปแบบการปกครองที่ให้อำนาจท้องถิ่นบริหารจัดการเองไม่ต้องคอยจากส่วนกลางเท่านั้น ทำให้การปรับปรุงระบบการศึกษาและภาษีทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

โรงเรียนเทศบาลที่มีคุณภาพอย่าง Homestead High School ที่ศาสดาสมาร์ทโฟนก้องโลก Steve Jobs เคยเรียนถ้าพ่อแม่อยากให้เรียนก็จำเป็นต้องมาอยู่อาศัยย่านนี้เท่านั้น และยังเป็นการลดปัญหาจราจรระยะยาว เนื่องจากถ้าไม่อยู่ย่านนี้ก็เรียนไม่ได้ ต่อให้รวยก็ฝากไม่ได้ เนื่องจากโรงเรียนเรียนฟรีอยู่แล้ว จนทำให้หลายเมืองเองก็พยายามปรับปรุงโรงเรียนท้องถิ่นให้ดีเพื่อเป็นจุดขายให้คนย้ายมาทำงาน แม้จะต้องเสียภาษีบ้านและคอนโดทุกปี อัตราปีละประมาณ 1.1-1.6% (ขึ้นอยู่กับเมือง) และเงินนี้ไม่ได้เข้า “ส่วนกลาง” แต่เข้าไปที่เมืองนั้น เอาไว้ไปสร้างโรงเรียน พัฒนาต่างๆ เพื่อสร้างคนเก่งรุ่นต่อไป

การศึกษากลายเป็น ‘อาวุธที่รุนแรงที่สุดในการเปลี่ยนแปลงโลก’ ด้วยค่านิยมของเสรีภาพทางความคิดนี้ที่อยู่ในพื้นฐานของคนอเมริกัน และเหล่าต่างชาติที่เข้ามาเรียนที่นี่ ทำให้แม้แต่ Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba ก็เคยยอมรับว่าเขาเองได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดที่แปลกใหม่ของ Jerry Yang ผู้ก่อตั้ง Yahoo โรงเรียนในย่ายซิลิคอน วัลเลย์ มักชอบทำให้เด็กๆ กล้าคิดต่างและตั้งคำถามกับผู้ใหญ่ กล้าในการตั้งคำถามกับทฤษฎีเก่าๆ หรือการตั้งคำถามกับผู้มีอิทธิพล เป็นกระบวนการคิดที่ถูกสอนมากว่า 50 ปี ไม่มีการแบ่งสายวิทย์หรือศิลป์ แต่ให้เด็กผสานวิชาเรียนเอง

ความสำเร็จของเทคโนโลยีที่ทำให้ประเทศกลายเป็นมหาอำนาจ จึงมีพื้นฐานที่สำคัญมาจากระบบการศึกษาและวัฒนธรรมที่หนุนให้คนรุ่นใหม่กล้าคิดเพื่อเติบโต

เสรีภาพทางความคิดและวัฒนธรรมองค์กร กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้คนอยากมาทำงานในบริษัทย่านซิลิคอน วัลเลย์ จนทุกวันนี้ ซิลิคอน วัลเลย์ ได้กลายเป็นโมเดลต้นแบบให้หลายประเทศพยายามปรับปรุงประเทศตนเองให้เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีเหมือนอย่างที่แห่งนี้บ้าง

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน