โดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการบริษัท ดิจิทัลบิสิเนสคอนซัลท์ จำกัด                                                                                                         สวัสดีครับวันนี้ (2เม.ย.) ยังคงมีเรื่องราวได้มาร่วมพูดคุยผ่านรายการ SME CHAMPION ทางคลื่น 89.5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี สำหรับประเด็นวันนี้ทางผู้ดำเนินรายการได้หยิบเรื่องของการทำวีดีโอบนสื่อออนไลน์มาร่วมพูดคุย พร้อมกับคำถามที่ว่าจะทำยังไงให้โดนใจหรือมีคนติดตามเข้ามาดูสินค้าหรือบริการที่เราทำวีดีโอ

            ผมอยากเรียนว่าวันนี้การโฆษณาในรูปแบบที่เป็นวีดีโอบนออนไลน์ได้รับความนิยมมาก คนเสพง่ายเพราะว่าใช้ทั้งประสาทสัมผัสทั้งตาแล้วก็หู แล้วก็ในแง่ของภาพเป็นภาพเคลื่อนไหวเพราะฉะนั้นคนก็เลยชอบที่จะดูเป็นวีดีโอ ทีนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นวีดีโอวันนี้หลัก ๆ มีอยู่ 4 แพลตฟอร์มไม่นับตัวเว็บไซต์ เว็บไซต์คือเราทำวีดีโอเสร็จแล้วเราก็ขึ้นเว็บไซต์

แพลตฟอร์มหลักตัวแรก จริง ๆตัวยูทูปก็ทำวีดีโอมาก่อนแต่ปัญหาของการทำวีดีโอบนยูทูปนี่คือเนื่องจากว่าคนเราไม่ได้อยู่บนยูทูปเป็นหลัก วีดีโอบนยูทูปเนี่ยจึงไม่เหมาะสำหรับการหาลูกค้าทันทีเดี๋ยวนั้น ยกตัวอย่างเช่นเราทำวีดีโอแนะนำในเรื่องของสินค้าหรือบริการแล้วก็โพสต์ลงบนยูทูป ถ้าเราใช้ Keyword ที่โดนด้วยเราจะถูกค้นเจอบนกูเกิล เพราะว่าไม่ค่อยมีใครค้นสินค้าหรือบริการบนยูทูปนะครับ

แต่ว่าคนจะค้นสินค้าและบริการบนกูเกิล เนื่องจากยูทูปเป็นบริษัทลูกของกูเกิลเพราะฉะนั้นถ้าเราทำคอนเทนท์ให้ดี อย่าแค่วีดีโออย่างเดียวต้องใส่พวกคำอธิบายว่าวีดีโอเราเป็นเรื่องอะไร ใครเหมาะที่จะเป็นกลุ่มคนดู ใส่เข้าไปปุ๊บเนี่ยมันจะทำให้มีโอกาสเปิดเจอบนกูเกิลแล้วก็ลูกค้าก็จะเข้ามาดูบนยูทูป

ขั้นตอนตัวที่ทำวีดีโอตัวที่สองที่ตอนนี้ถือว่ามาแรงแซงโค้งก็คือตัวเฟสบุ๊ค ในอดีตเราใช้เฟสบุ๊คส่วนใหญ่เป็น Text เป็นอิมเมจเป็นรูปภาพ ปัจจุบันเฟสบุ๊คพยายามที่จะให้ลูกค้าโพสต์ในลักษณะที่เป็นวีดีโอ ถ้าเราเอาวีดีโอไปโพสต์เฟสบุ๊คจะมีคนสนใจไลท์แชร์กว่าปกติ เฟสบุ๊คก็จะพยายามโชว์ให้คนดูเยอะ อัตราการโพสต์วีดีโอบนยูทูปกับเฟสบุ๊คสมมติเราทำวีดีโอแล้วโพสต์ไว้บนยูทูปแล้วมาแชร์บนเฟสบุ๊ค กับเอาวีดีโอแชร์บนเฟสบุ๊คเลย อัตราเห็นต่างกันเกือบ 50 เท่า

เพราะฉะนั้นถ้าเราทำวีดีโอหนึ่งเรื่องเราควรจะโฟสต์บนเฟสบุ๊คก่อน แต่ปัญหาวีดีโอบนเฟสบุ๊คนี่มันเหมาะสำหรับคนที่มีคนกดไลท์แล้ว มีแฟนเพจแล้ว  แล้วแฟนเพจก็จะดูเพจตอนที่เราโพสต์ ข้อดีอันที่สองคือว่ามันเหมาะสำหรับการโฆษณา เพราะว่าเราโพสต์วีดีโอบนเฟสบุ๊คแล้วเราสามารถที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ดู ถ้าแฟนเพจเรามากพอนี่เราสามารถทำ Target บนเฟสบุ๊คได้เลยว่ากลุ่มลูกค้ากลุ่มไหนควรจะดู คำว่ามากพอคือระดับ 2-3 พันขึ้นไป ในขณะเดียวกันเฟสบุ๊คเองพร้อมที่จะเปิดให้โฆษณาวีดีโอของเราบนเฟสบุ๊คได้ เพราะฉะนั้นเนี่ยสมมติว่าแฟนเพจของเราไม่เยอะแต่เราอยากให้คนเห็นเยอะเราก็ซื้อบูทโพสต์ได้

จริง ๆยูทูปก็พร้อมให้ซื้อนะแต่การซื้อบนยูทูปกับบนเฟสบุ๊คนี่ซื้อบนเฟสบุ๊คง่ายกว่า ต้นทุนต่อการเห็นนี่ต่ำต่อ 1 ครั้ง ทีนี้เฟสบุ๊คนี่มันนับการเห็นวีดีโอประมาณ 3 วิ คือมีคนดูวีดีโอ 3 วิเขาก็นับแล้ว ซึ่งอันนี้ก็สู้ยูทูปไม่ได้เพราะยูทูปมันนับถ้าผมจำไม่ผิดประมาณ 7 วิ เพราะฉะนั้นเฟสบุ๊คก็เหมาะสำหรับการทำโฆษณา เหมาะสำหรับการโพสต์เป็นวีดีโอมากกว่ายูทูป และเหมาะสำหรับโฆษณาแล้วหวังผลในขณะนั้นว่าต้องการคนเห็นเท่าไหร่ เพราะว่ามันสามารถเลือกซื้อการบู๊ทโพสต์ได้ เพราะฉะนั้นตรงส่วนนี้มันก็จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับคนทำการตลาดในรูปแบบที่เป็นออนไลน์

เพราะฉะนั้น1.ทำวีดีโออย่ายาวเพราะถ้าทำยาวมากไปเนี่ย ปัจจุบันนี้ถ้าเป็นวีดีโอในเชิงประชาสัมพันธ์ไม่ได้เป็นในลักษณะซีเรียสนะความยาวนี่ไม่เกิน 3 นาที ถ้าความยาวมากกว่านั้นมีโอกาสที่คนไม่ดูได้   อันที่ 2 คือว่าวีดีโอต้องมีหัวเรื่องที่ชัดเจนว่าใครเป็นกลุ่มลูกค้า เพราะไม่งั้นในแง่ของคนที่จะดูเขาก็เปิดผ่าน ๆไปไม่ดู ต้นเรื่องของวีดีโอต้องชัดเจนด้วยเช่นเดียวกันเพราะอย่างที่บอกก็คือว่าคนจะให้ความสนใจวีดีโอประมาณ 2-3 นาทีแรกเท่านั้น เพราะฉะนั้นพอ 2-3 นาทีแรกถ้าไม่จูงใจเขาให้เขาดูจะเลิกดูเลย แล้วก็คลิกข้ามไปแต่ตัวเฟสบุ๊คนี่เขานับแล้วเพราะฉะนั้นมันจะทำให้เราหลงผิดว่าคนไม่สนใจหรือหลงผิดได้ว่ามีคนสนใจดูวีดีโอเรา

ฉะนั้นอย่าลืมเรื่อง Target พาดหัว ทำวีดีโอทุกครั้งควระจะมีการสรุปเนื้อหาในวีดีโอของเรานี่ตอนโพสต์ด้วยเพราะว่าคนจะได้รู้พูดเรื่องอะไร ต้องเข้าใจว่าวีดีโอนี่บางคนดูในพื้นที่ที่ไม่สามารถจะเปิดเสียงได้เพราะฉะนั้นทำซับไตเติ้ลได้ก็จะดี พวกนี้ก็จะเป็นเทคนิคคร่าว ๆในการทำวีดีโอ ทีนี้ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่ทำวีดีโอคอนเทนท์เวลาโพสต์เนี่ยเอาขึ้นเฟสบุ๊คสร็จแล้วค่อยเอาลงยูทูปต่อ หลังจากลงยูทูปเสร็จแล้วเนี่ยเราจะต้องเอาวีดีโอที่มันอยู่บนยูทูปกลับมาแชร์บนเฟสบุ๊คอีกรอบ เพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็ได้ 3 ครั้งแล้ว แล้วก็ถ้าเรามีเว็บไซต์เราก็เอาตัววีดีโอของเรานี่มาแปะบนเว็บไซต์  โพสต์นั้นก็มีคนมีโอกาสเห็นตัววีดีโอของเราบนเว็บไซต์เป็นรอบที่สี่ หลังจากนั้นก็แชร์ตัววีดีโอของเรากลับไปที่เฟสบุ๊คอีกครั้งเป็นรอบที่ห้า

ส่วนโซเชียลมีเดียอื่น ๆที่มีตัววีดีโออย่างเช่น ทวิตเตอร์ หรือไอจี แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวหลักในแง่ของการทำวีดีโอคอนเทนท์เท่าไหร่ หลัก ๆคร่าวก็ตามนี้ครับ