โดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

พบกันอีกเช่นเคยกับช่วงเวลาดี ๆในรายการ SME CHAMPION ทางคลื่น 89.5 สถานีวิทยุราชมงคลธัญบุรี สำหรับวันนี้ (2 ก.พ.) ทางผู้ดำเนินรายการได้หยิบประเด็นเรื่องของ “แม่มณี” เทรนด์ใหม่แห่งการจับจ่ายใช้สอยจากธนาคารไทยพาณิชย์ ที่นำมาสร้างความตื่นตาตื่นใจในงานเกษตรแฟร์ช่วงที่ผ่านมา สอบถามถึงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

ก็ต้องขอเรียนให้ทราบว่าสืบเนื่องจากทาง SCB ไปเป็นสปอนเซอร์ร้านค้าในงานฯเพื่อจะให้มีการใช้ Prompt pay ของทาง SCB คำถามก็คือว่าแล้วผู้บริโภคใช้กันหรือไม่ แต่ในความเห็นของผมแล้วคิดว่า

1.ถ้าผู้บริโภคจะใช้มันต้องมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่นกรณีซื้อสินค้าราคา 100 บาทถ้าจ่ายเงินสดก็ 100 บาท แต่ถ้าใช้ “แม่มณี” จะเหลือแค่ 90 บาท หรือถ้าใช้ “แม่มณี” 100 บาทเหมือนเดิมแต่ได้แต้ม อย่างนี้เป็นต้น

2 กรณีหลังการจะทำให้คนไปทดลองใช้  แต่ถ้าเป็นเงินสดกับใช้ “แม่มณี”ราคาเท่ากันบอกได้เลยว่าไม่มีใครทดลองใช้แน่เพราะมันไม่สะดวกใช่มั้ย

“วันก่อนผมไปซื้อของได้เดินเข้าไปสอบถามกับทางร้านค้าที่ติดป้ายไว้ เขาบอกว่าตั้งแต่เปิดมายังไม่มีใครใช้ ต้องเรียนว่าที่ผมเล่ามาไม่ใช่ในงานเกษตรแฟร์นะครับ เป็นการไปซื้อจากที่อื่น”

เพราะฉะนั้นประเด็นที่สำคัญมันอยู่ตรงนี้คือ ต้องทำให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ร่วมให้ได้  มันต้องมีแคมเปญ คำถามก็คือว่าแล้วแคมเปญนี้ใครจะสนับสนุน คงไม่ใช่ร้านค้าอยากลดนะมันต้องเป็นทางธนาคารสนับสนุน ทีนี้ถ้าธนาคารสนับสนุนแล้วเขาจะได้อะไรเป็นเรื่องที่น่าคิด ????

ประการแรก ทำให้คนรู้สึกว่าเมื่อมีตัวแอพของ SCB เขาชอบใจ เพราะคนที่ไม่มีก็ถือว่าหมดสิทธิ์ ต้องจ่ายเป็นเงินสดทันที เพราะฉะนั้นเปิดบัญชีกับ SCB ดีกว่าได้สิทธิพิเศษแบบนี้ เพราะฉะนั้นเกมนี้มันเป็นเกมที่ทาง SCB เล่นในอีเวนท์เดียวได้ประโยชน์ เพราะคนไปเดินงานเกษตรแฟร์จำนวนมาก

แต่ก็ต้องเข้าใจว่าพอจบอีเวนท์จากงานนี้แล้วมันต้องมีสร้างกระแสต่อเนื่อง ต้องทำให้คนเกิดความเคยชินคือถ้าไม่เกิดความเคยชินมันก็เป็นกระแสแบบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง

“ตัวผมเองก็มีแอพของ SCB แต่ยังไม่เคยได้ทดลองใช้เพราะว่ายังไม่เจอ กำลังรอดูแคมเปญที่ SCB ทำกับห้างเซนทรัลเพื่อที่จะลุยเรื่องนี้ให้เป็นจริงเป็นจัง วันก่อนที่มีข่าวที่เราคุยกันว่ามี 6 แบงค์ใช่มั้ย ที่จะจับมือห้างเซนทรัล เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องดูเพราะว่ามันต้องทำให้เคยชินจนใช้เป็นประจำ”

ทีนี้มันก็มีคำถามที่น่าสนใจว่าทำไมเวลาคนเราใช้บัตรเครดิตถึงมีความรู้สึกเคยชิน ก็ต้องเรียนว่าประการแรกเลยเนื่องจากมันมีความรู้สึกว่าง่าย แค่หยิบบัตรมาให้เขารูดเสร็จปุ๊บก็คือจบ

ประการที่สอง เรื่องของสิทธิพิเศษ เช่นการได้แต้มคะแนน ได้ส่วนลดของราคา  หรือซื้อด้วยเงินสดแพงกว่าใช้บัตรเครดิต มีกิจกรรมต่าง ๆที่ให้กับคนถือบัตร ฉะนั้นโมเดลเรื่องของตัว Prompt pay ถ้ามันทำให้เกิดต้องใช้โมเดลของบัตรเครดิตมาใช้

ทีนี้หากผมเป็นร้านเอสเอ็มอี นอกจากมีแม่มณีแล้ว มี K PLUS SHOP ของธนาคารกสิกรไทยด้วย ทีนี้ประเด็นก็คือว่าร้านเอสเอ็มอีอาจจะรับของทุกค่ายแต่คำถามคือแล้วยังไงต่อ อันไหนที่มีการใช้เยอะกว่าร้านค้าก็ไว้ข้างหน้าใช่มั้ย

ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่เมื่อรับของเจ้าใดเจ้าหนึ่งก็จะเทไปเจ้านั้น อันนี้เป็นโมเดลที่เราเห็นว่าเอ๊ะทำไมตัววีซ่ากับมาสเตอร์การ์ดนั้นสุดท้ายวีซ่ามันถึงชนะในบ้านเรา ทำไมบ้านเราถึงมีการใช้วีซ่ามากกว่ามาสเตอร์การ์ด เราเดินทางไปร้านไหนก็จะเห็นมันรับวีซ่ากันเต็มไปหมดเลย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมันสะท้อนอะไรหลาย ๆอย่าง

ส่วนคำถามที่ว่าลักษณะของการข้ามค่ายมันทำไม่ได้เหรอ  เรื่องนี้ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้วเข้าใจว่าตอนนี้การข้ามค่ายน่าจะได้ อันนี้ก็ต้องเรียนกันตรง ๆว่ายังไม่ได้เป็นจริงเป็นจัง จริง ๆด้วยระบบของมันควรจะข้มค่ายได้ เพราะเวลาเราไปใช้บัตรวีซ่าเราไม่ได้สนใจว่าจะเป็นธนาคารไหน

“Prompt pay มันเอาเงินจากบัญชีผมไปจ่ายบัญชีนั้นใช่มั้ย ทีนี้ประเด็นคือผมไม่แน่ใจว่าถ้าผมตัวต้นน้ำเป็นบัตรของกสิกรหรือแบงค์กรุงเทพ ผมไปใช้ Prompt pay ของ SCB ต่อไปมันก็น่าจะต้องมีสิทธิพิเศษที่ต่างกันเพราะถ้ามันเหมือนกันจะได้ประโยชน์หรือไม่ คนก็จะย้าย”

หรือไม่ก็อาจจะไม่ย้ายถ้ามันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอันนี้มันก็ต้องไปทดลองใช้ ผมเองยังรู้สึกว่ายังไม่สะดวกต้องลองดูเหมือนกัน แต่ว่าโดยหลัการเนี่ยแต่เขามองว่าตอนนี้มันเป็นการสู้กันหลายอย่างระหว่าง QR Code กับ Prompt pay คือ QR Code มันเป็นการหักเงินสดไปเลย แต่ Prompt pay มันคือบัญชีมันเป็นส่วนที่ต่อเนื่องกันก็คือว่า Prompt pay กับ QR Code นั้น QR Code คุณจะจ่ายเป็นเงินเท่าไหร่ก็ได้ แต่ว่ามันคือเรื่องที่ซ้อนกัน ในทางกลับกันเลยเอา QR Code มาแทนสัญญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ้ง เพราะฉะนั้นผมมองว่าเรื่องนี้มันมาแน่ แต่จะใช้ยังไงเดี๋ยวว่ากันอีกที