โดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

อีกครั้งที่รายการ SME CHAMPION ทางคลื่น FM. 89.5 สถานีวิทยุราชมงคล ธัญบุรี ให้เกียรติผมร่วมพูดคุยในรายการ สำหรับวันนี้ (8 ก.พ.)  ทางผู้ดำเนินรายการได้นำเสนอประเด็นเรื่อง “ทุนนิยมยุคปราศจากสินค้าทุน” มาพูดคุยกันในรายการ

ในความเห็นส่วนตัวของผมต้องเรียนว่า ในอดีตสินค้าประเภททุนเราจะเห็นชัดเจนซึ่งมีเรื่องที่ดิน อาคาร เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ หรือบางทีเป็นบริการที่เราสัมผัสได้ เช่นโรงแรมเพราะอย่างน้อยก็ต้องมีตัวตึก หรือโรงภาพยนตร์ที่เราไปดูหนังก็ยังมีตัวโรงหนัง

แม้แต่โทรทัศน์ รายการโทรทัศน์ก็จะต้องมีเครื่องรับก่อน สถานีรับส่ง เสร็จแล้วจะมีคนมาผลิตรายการโทรทัศน์ให้เราดู อันนี้คือรูปแบบที่เป็นทุนนิยมแบบมีทรัพย์สินที่จับต้องได้หรือสินทรัพย์ที่เราจับต้องได้ ซึ่งเป็นโมเดลแบบเดิม

ทีนี้ด้วยการเติบโตของอินเตอร์เน็ตรวมทั้งรูปแบบของการเติบโตที่เราเรียกว่าเวบ 2.0 คือคนมีปฏิสัมพันธ์กันกับตัวเวบไซต์ ตัวโซเชียลมีเดีย  3 เรื่องนี้มันเป็นเรื่องร้อยเรียงกันเพราะว่าอินเตอร์เน็ตยุคแรก ทุนนิยมไม่ได้มาจากสินทรัพย์ทุนมันยังมองไม่เห็น แต่ปัจจุบันพออินเตอร์เน็ตมีมากขึ้นแล้วก็มีโซเชียลมีเดียมันก็เกิดเป็นรูปแบบทุนนิยมแบบใหม่

ขอยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมง่าย ๆ อย่าง Google ถามว่าอะไรเป็นทรัพย์สินของ Google ก็คือข้อมูลที่ Google ไม่ได้หาแต่เรา Search หา ขณะเดียวกันสิ่งที่ Google ทำคือไปทำ Index ไปส่ง Robot เก็บลิงค์ต่าง ๆทั่วโลกมา เพราะฉะนั้น Google เองทรัพย์สินที่เป็นตัวลิงค์ต่าง ๆที่เราเห็นจึงไม่ได้เป็นของ Google เป็นของเจ้าของเว็บแต่ Index เป็นของ Google การจัดลำดับเป็นของ Google แต่ Google ก็ต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์ ลุงทุนเรื่องของอุปกรณ์ในการประเมินผลถูกมั้ย

ดังนั้นสิ่งที่เราใช้บริการ Google ไม่ได้สร้างเองเลย ไม่ได้สร้างเพื่อใช้ หรืออย่างบริษัทของ Google คือ You Tube สร้างวีดีโอหรือไม่ ไม่เหมือนกรณี Netflix ที่เราดูหนังกันหรือโปรแกรมที่เราดูหนังออนไลน์ ตัวโปรแกรมดูหนังก็ต้องซื้อลิขสิทธิ์มาหรือสร้างเอง เสร็จแล้วก็เอามาให้เราดูโดยเก็บค่าบริการ ซึ่ง Google ไม่ได้เก็บค่าบริการ เราดู You Tube ฟรี วีดีโอก็ไม่ใช่ของ You Tube ไม่ใช่ของ Google แต่วีดีโอคือสิ่งที่พวกเราทำกันเองนั่นแหละ

ขณะที่ You Tube ทำหน้าที่ให้เราฝากวีดีโอไม่เหมือนตัว Google ที่ไม่รับฝากอะไรเลย เราอยากให้ Google เอาเวบของเราขึ้นเราก็จ่ายตังค์ให้ Googleได้แต่มันถือเป็นการโฆษณา แล้ว  Facebook ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแนวคิดนี้มันก็มาจากหนังสือที่ชื่อ “Capitalism Without Capital”  ซึ่งคนเขียนเขาก็เอาเรื่องนี้มาขยาย บอกว่าในเรื่องของตัวทุนนิยมที่ไม่ได้เกิดจากพวกทุนแบบนี้มันก็มีลักษณะหลายอย่าง มันทำให้การลงทุนในตัวสินทรัพย์ไม่ได้ลงทุนแบบเดิม แล้วแปลว่าอะไรขอยกตัวอย่างเช่น เดิมทีเราตั้งโรงงานหนึ่งแห่งก็ได้โรงงานกลับมาหนึ่งแห่ง เราซื้อเครื่องจักรมาใช้อาจผลิตได้สินค้าหนึ่งแสนตัวก็ได้แต่หนึ่งแสนตัวมากกว่านั้นไม่ได้

แต่พอเป็น Facebook , Google หรือ You Tube เองเวลาเขาลงทุน เขาลงทุนคอมพิวเตอร์ ลงทุนในแง่ของการพัฒนาซอฟแวร์เสร็จแล้วมันขยายให้กับคนทั้งโลก ทุกคนสามารถเอาไปใช้ได้หมด เพราะฉะนั้นก็ขอสรุปว่า

อันแรกเลยตรงนี้มันทำให้เติบโตเร็วมาก ขยายตัวได้เร็ว เพราะว่ามันไม่มีข้อจำกัดเรื่องของสินทรัพย์ในรูปแบบเดิม เพราะไม่ต้องมีอาคารสถานที่ ไม่ต้องมีวัตถุดิบที่มีจำกัด

อันที่สองคือมีลักษณะสิ่งที่เราเรียกว่า “ต้นทุนจม” แปลว่าต่อให้ไม่มีคนใช้ก็มีต้นทุนเท่านี้ มีคนใช้ก็มีต้นทุนเท่านี้ ขายออกไปก็ไม่มีใครอยากได้ ยกตัวอย่างเช่น Google มีเซิร์ฟเวอร์เยอะมากขายออกไปก็ไม่มีใครอยากได้ แต่คนอยากได้ซอฟแวร์ในการจัด Index ไม่ได้อยากได้อาคารสำนักงานของ Google แต่คนอยากได้แบรนด์ของ Google อยากได้ซอฟแวร์   อยากได้ Robot ที่ Google วิ่งไปเก็บ เพราะฉะนั้นต้นทุนที่เขาลงไปเป็นสินทรัพย์ที่เราเห็นเป็นตึก เป็นคอมพิวเตอร์เราไม่อยากได้แต่เราอยากได้ซอฟแวร์

เพราะฉะนั้นต้นทุนที่มันเป็นสินทรัพย์จับต้องได้มันเป็นต้นทุนที่เรียกว่า Sunk cost หรือต้นทุนจมหาย ไม่มีประโยชน์แล้วแต่จำเป็นต้องมี ถามว่าวันหนึ่งตึกหายไปถ้าซอฟแวร์ยังอยู่ ระบบข้อมูลยังถูกเก็บไว้ไปใช้ตึกที่ไหนก็ได้

ตอนนี้ Google เอง หรือ Facebook ก็จะมีการแบ็คอัพข้อมูลไว้หลาย ๆจุดป้องกันความเสี่ยงไว้ ถ้าเกิดปัญหาที่เมืองนี้ที่เป็นที่ตั้งยังมีที่อื่นสำรอง อันนี้เราก็จะเริ่มมาเห็นในเมืองไทยอย่างเคสล่าสุด เอไอเอสประกาศให้โคราชเป็นเมืองสำหรับการทำคอลเซ็นเตอร์ แปลว่าการทำคอลเซ็นเตอร์ของเอไอเอสจะย้ายไปที่โคราชหมด หรืออย่างทรูเองตอนนี้ก็มองขอนแก่นเป็นพื้นที่ที่สองในการทำงาน คือถ้าเกิดปัญหาอะไรที่กรุงเทพฯปุ๊บเขาสามารถเซ็ตอัพสำนักงานใหม่ที่ขอนแก่น ในแง่ของทรูในแง่ของเอไอเอสที่โคราช

จากที่ได้อธิบายขยายความในรายละเอียดของ  Capitalism Without Capital”  หรือ “ทุนนิยมยุคปราศจากสินค้าทุน” คงทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นนะครับ กับเทรนด์การทำธุรกิจในยุคใหม่ ที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และทำให้คนทำธุรกิจเข้าใจและเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น